นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
(Privacy Policy) เทศบาลนครนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
1. ข้อมูลที่จัดเก็บ
จัดเก็บเฉพาะข้อมูลจำเป็นเพื่อการให้บริการสาธารณะ เช่น ชื่อ-สกุล เบอร์ติดต่อ บันทึกกล้อง CCTV และสถิติการใช้งานเว็บไซต์
2. ฐานกฎหมายโปร่งใส
ประมวลผลข้อมูลตามภารกิจของรัฐ (Public Task) และหน้าที่ตามกฎหมาย โดยไม่นำข้อมูลส่วนบุคคลไปแสวงหาผลประโยชน์เชิงพาณิชย์
3. ความปลอดภัยระดับสูง
คุ้มครองข้อมูลด้วยการเข้ารหัส SSL/TLS, ไฟร์วอลล์, การจำกัดสิทธิ์เข้าถึงของเจ้าหน้าที่ และการตรวจสอบความปลอดภัยสม่ำเสมอ
4. สิทธิของท่าน 8 ประการ
ท่านมีสิทธิเต็มที่ในการขอเข้าถึง, ขอรับสำเนา, ขอแก้ไข, คัดค้าน, หรือขอลบข้อมูล โดยติดต่อ DPO เทศบาลได้ตลอดเวลา
บทนำและเจตนารมณ์
เทศบาลนครนครสวรรค์ (ต่อไปในนโยบายนี้เรียกว่า “เทศบาล”) ตระหนักและให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและสิทธิในความเป็นส่วนตัวของประชาชน ผู้รับบริการ ผู้ติดต่อ และผู้เข้าชมเว็บไซต์เทศบาล
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ จัดทำขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (Personal Data Protection Act B.E. 2562 : PDPA) และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยอธิบายถึงวิธีการที่เทศบาลเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย ปกป้อง และบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงสิทธิที่ท่านพึงมีในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (Data Subject)
ฐานกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
เทศบาลดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ภายใต้ฐานกฎหมายที่รองรับตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ดังต่อไปนี้:
- ฐานภารกิจของรัฐ (Public Task / Official Authority): เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือการใช้อำนาจรัฐที่ได้รับมอบหมายตามกฎหมายว่าด้วยเทศบาลและการจัดทำบริการสาธารณะ
- ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation): เพื่อให้เทศบาลสามารถปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ, พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และระเบียบกระทรวงมหาดไทย
- ฐานสัญญา (Contractual Basis): เพื่อความจำเป็นในการปฏิบัติตามสัญญาที่ท่านเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญา
- ฐานประโยชน์สำคัญต่อชีวิต (Vital Interest): เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล เช่น กรณีเกิดภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน
- ฐานความยินยอม (Consent): ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอม โดยท่านมีสิทธิเพิกถอนความยินยอมได้ตลอดเวลา
ข้อมูลส่วนบุคคลที่เทศบาลจัดเก็บ
เทศบาลอาจจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ทั้งที่ท่านให้ไว้โดยตรงผ่านแบบฟอร์มการให้บริการ และที่จัดเก็บโดยอัตโนมัติจากการใช้งานเว็บไซต์ ดังนี้:
ชื่อ, นามสกุล, หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน (ในกรณีที่บริการกำหนด), หมายเลขโทรศัพท์, ที่อยู่อาศัย, ที่อยู่อีเมล และข้อมูลบัญชีสื่อสังคมออนไลน์
รายละเอียดคำร้อง, ข้อมูลสถานที่เกิดเหตุ, เอกสารแนบ, ภาพถ่ายประกอบคำร้อง, สถานะการติดตามงาน และความคิดเห็น
หมายเลข IP Address, ประเภทและเวอร์ชันของโปรแกรมบราวเซอร์ (User-Agent), บันทึกการเข้าใช้งาน (Log Data), ข้อมูลคุกกี้ และเวลาในการเข้าชม
ภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวบันทึกเหตุการณ์ในพื้นที่สาธารณะของเทศบาล เพื่อการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย
วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมและนำข้อมูลไปใช้
เทศบาลนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้เฉพาะตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ และไม่นำไปใช้ในทางที่ขัดต่อกฎหมาย โดยมีวัตถุประสงค์หลัก ดังนี้:
- เพื่อให้บริการประชาชนตามอำนาจหน้าที่ของเทศบาล เช่น การชำระภาษีท้องถิ่น, การออกใบอนุญาต, การลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพ และการขอใช้บริการสาธารณะ
- เพื่อรับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ และประสานงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในเขตเทศบาล
- เพื่อการประชาสัมพันธ์ข่าวสาร กิจกรรม ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง และข้อมูลข่าวสารตาม พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ
- เพื่อพัฒนา ปรับปรุง และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการบนเว็บไซต์และแพลตฟอร์มดิจิทัลของเทศบาล
- เพื่อการรักษาความปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์ และการปฏิบัติตามคำสั่งของศาลหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย
การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลภายนอก
เทศบาลจะไม่จำหน่าย แลกเปลี่ยน หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บุคคลภายนอกเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางการค้าโดยเด็ดขาด ยกเว้นในกรณีที่มีความจำเป็นและมีฐานกฎหมายรองรับ ดังนี้:
- หน่วยงานราชการหรือองค์กรของรัฐ: ที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ศาล, ป.ป.ช., สตง. หรือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายตามที่มีคำสั่งอย่างเป็นทางการ
- ผู้ให้บริการภายนอก (Data Processors): ที่เป็นคู่สัญญากับเทศบาลในการบำรุงรักษาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือผู้ให้บริการคลาวด์ภาครัฐ โดยผู้ให้บริการดังกล่าวมีหน้าที่รักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูลตามมาตรฐานเดียวกับเทศบาล
ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
เทศบาลจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็นต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ในการจัดเก็บข้อมูลนั้นๆ หรือตามที่กฎหมาย ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ หรือมาตรฐานการเก็บรักษาเอกสารราชการกำหนดไว้
เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว เทศบาลจะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้อีกต่อไปอย่างปลอดภัย
มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล
เทศบาลได้จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางเทคนิคและการบริหารจัดการ (Technical and Organizational Measures) ที่เข้มงวดและได้มาตรฐาน เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง ทำลาย ใช้ เปลี่ยนแปลง หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ ได้แก่:
- การเข้ารหัสข้อมูลการส่งผ่านเครือข่ายด้วยโปรโตคอล SSL/TLS (HTTPS)
- การจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องตามระบบ Role-Based Access Control (RBAC)
- การติดตั้งระบบไฟร์วอลล์ (Firewall) ระบบตรวจจับการบุกรุก และการสำรองข้อมูล (Backup) สม่ำเสมอ
- การจัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่เทศบาลด้านความตระหนักรู้และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย
สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (Data Subject Rights)
ในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ดังต่อไปนี้:
ท่านสามารถถอนความยินยอมที่เคยให้ไว้กับเทศบาลได้ตลอดเวลา
ท่านสามารถขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความรับผิดชอบของเทศบาล
ท่านสามารถขอให้เทศบาลแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง สมบูรณ์ และเป็นปัจจุบัน
ท่านสามารถขอให้เทศบาลลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวตนได้ ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
ท่านสามารถขอให้เทศบาลระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นการชั่วคราวได้
ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในบางกรณี
ช่องทางการติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
หากท่านมีข้อสงสัย ข้อเสนอแนะ หรือประสงค์จะใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลประการใด สามารถติดต่อเทศบาลได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้:
112 ถนนอรรถกวี ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ 60000